หลังจากได้ข่าวมาเป็นปีที่ป้าพอลล่าของเราจะออกเซรั่มวิตามินซีมาให้ใช้กัน ในที่สุดสาวกของป้าพอลล่าทุกคนก็สมใจกับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ล่าสุดอย่าง Paula’s Choice RESIST C15 Super Booster กันจนได้ หลังจากที่ลองใช้มาได้สองเดือนกว่าๆ ก็ถึงเวลาที่จะมารายงานผลของการใช้ให้ทุกคนได้อ่านกันในวันนี้

 photo PCRESISTC15Booster01.jpg


Paula’s Choice RESIST C15 Super Booster (20ml / 2,200 THB) เป็นเซรั่มที่มีความเข้มข้นของวิตามินซีในรูป Ascorbic Acid สูงถึง 15% ซึ่งจะว่าไปนี่ก็เหมือนจะเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่ป้าพอลล่าของเราได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ชูส่วนผสมหลักในความเข้มข้นแบบสุด ๆ ออกมา (ปกติจะเป็นคอกเทล ใส่หลาย ๆ ตัวมากกว่าที่จะยืนพื้นตัวใดตัวหนึ่งเป็นหลัก)

วิตามินซีเป็นหนึ่งในวิตามินที่มีการศึกษากันอย่างกว้างขวางมากที่สุดชนิดหนึ่งบนก็ว่าได้ ประโยชน์ของวิตามินซีที่มีต่อผิวนั้นมีมากมายทั้งในแง่ของการชะลอการเสื่อมของผิวหนัง ลดเลือนริ้วรอย และสีผิวไม่สม่ำเสมอ

ในแง่ของการป้องกันและลดเลือนริ้วรอยนั้น วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นจากรังสี UVA-UVB กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ลดการอักเสบ เร่งการเยียวยาบาดแผล แถมยังช่วยขัดขวางการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ที่เป็นเอนไซม์สำคัญในกระบวนสร้างเม็ดสีเมลานิน จึงช่วยลดจุดด่างดำได้

(Source : Topical vitamin C: a useful agent for treating photoaging and other dermatologic conditions., Topical ascorbic acid on photoaged skin. Clinical, topographical and ultrastructural evaluation: double-blind study vs. placebo., Double-blind, half-face study comparing topical vitamin C and vehicle for rejuvenation of photodamage.)

 photo PCRESISTC15Booster03.jpg
ในแง่ของการทำ Ascorbi Acid มาใช้ในการบำรุงผิวอย่างได้ผนั้นมีอยู่ 3 สิ่งที่ต้องคำถึงถึง นั่นคือความเข้มข้นของวิตามินซี ความเสถียร และค่าความเป็นกรดของตัวผลิตภัณฑ์

ความเข้มข้นของวิตามินซีที่แนะนำคือ 5-20% โดยผู้ที่มีผิวระคายเคืองง่ายก็ต้องเริ่มจากความเข้มข้นน้อย ๆ หรือผสมเข้ากับเซรั่มตัวอื่นที่ใช้เพื่อเจือจางความเข้มข้นลง ส่วนที่เกินกว่า 20% นั้นพบว่าวิตามินซีกลับแทรกเข้าสู่ผิวได้น้อยลงแทน

ความเสถียรของวิตามินเป็นสิ่งที่สำคัญเพราะว่า Ascorbic Acid นั้นเสื่อมได้ง่ายเมื่อเจอกับแสง ออกซิเจน และความชื้น ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Ascorbi Acid เป็นส่วนผสมออกฤิทธิ์หลักจะต้องใช้บรรจุภัณฑ์ที่ลดการสัมผัสกับแสงและออกซิเจน รวมถึงใช้เทคโนโลยีในการทำสูตรผสมเพื่อยืดอายุของวิตามินซีให้อยู่ได้นานขึ้น ซึ่งมีหลายวิธีตั้งแต่การใช้เบสปราศจากน้ำ การใช้สารต้านอนุมูลอิสระชนิดอื่นเพื่อช่วยเสริมความเสถียรให้กับ Ascorbi Acid

สำหรับ Paula’s Choice RESIST C15 Super Booster นั้นใช้ วิตามินอี (Tocopherol) และ Ferulic Acid ตามที่มีการศึกษาไว้ว่าช่วยเสริมความเสถียรให้กับวิตามินซีได้ (คล้ายกับ SkinCeuticals C E Ferulic ที่ใช้ส่วนผสมสองชนิดนี้เช่นกัน แต่เพิ่มส่วนผสม phloretin ที่เขาเชื่อว่าช่วยเสริมการทำงานและความเสถียรให้กับวิตามินซีได้นานขึ้นอีก) นอกจากนี้ Paula’s Choice ยังใช้ Sodium Metabisulfite เป็นตัวเสริมความเสถียรเพิ่มเติม

ประเด็นสุดท้ายคือเรื่องของความเป็นกรดของสูตรผสม สิ่งนี้จำเป็นเพราะว่าการที่วิตามินซีในรูปแบบ Ascorbic Acid จะซึมสู่ผิวได้ดีนั้นจะต้องมีค่า pH 3.5 หรือต่ำกว่า ในกรณีที่ค่า pH ไม่ต่ำพอจะทำให้การดูดซึมของวิตามินซีนั้นน้อยลง

ความเป็นกรดนี้อาจก่อปัญหาการระคายเคืองได้ในผู้ที่มีผิวไวหรือบอบบางเป็นพิเศษ การกำหนดสูตรที่ค่อยปล่อยวิตามินซีหรือคายความเป็นกรดอย่างช้า ๆ หรือใช้การห่อหุ้มในแคปซูลจะช่วยลดปัญหานี้ได้

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีค่า pH 3.0 ซึ่งก็เป็นความเข้มข้นที่เหมาะสมในการดูดซึมของ Ascorbic Acid ได้เป็นอย่างดี

(Source : Ferulic acid stabilizes a solution of vitamins C and E and doubles its photoprotection of skin., Protective effects of a topical antioxidant mixture containing vitamin C, ferulic acid, and phloretin against ultraviolet-induced photodamage in human skin., Topical L-ascorbic acid: percutaneous absorption studies.)

Ingredients : Water, Ascorbic Acid, Ethoxydiglycol, PPG-26 Buteth-26, PEG-40 Hydrogenated Castor Oil, Tocopherol, Ferulic Acid, Sodium Hyaluronate, Acetyl Octapeptide-3, Glycerin, Panthenol, Sodium Metabisulfite, Triethanolamine, Phenoxyethanol.



 photo PCRESISTC15Booster04.jpg
เนื้อผลิตภัณฑ์เป็นน้ำเหลวใส เมื่อแห้งไปบนผิวแล้วจะมีความหนึบเล็กน้อย เมื่อเปิดขวดครั้งแรกเนื้อจะมีความใสปราศจากสี (และเวลาบิดฝาเปิดครั้งแรกเหมือนจะมีก๊าซดันออกมาเล็กน้อย ส่วนตัวคาดว่าอาจมีการแทนที่ช่องว่างในขวดด้วยก๊าซบางชิดเพื่อแทนที่อากาศ เพื่อช่วยยืดอายุในการเก็บรักษาก่อนเปิดใช้ให้ได้นานขึ้น)

หลังจากผ่านมา 2 เดือนนิด ๆ หลังเปิดใช้ทุกวัน เช้า – เย็น เนื้อผลิตภัณฑ์มีการเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองอ่อนจาง ๆ ซึ่งยังคงใช้ได้อย่างไม่มีปัญหา (วิตามินซีที่เสื่อมเต็มที่จะมีสีเหลือเข้ม) 

การใช้ทุกวันเช้า – เย็น โดยใช้ 4 – 5 หยด ต่อครั้ง จะทำให้ปริมาณ 20 ml ที่ให้มาในขวดนี้หมดลงในระยะเวลาประมาณ 3 เดือนพอดี ตามที่ทาง Paula’s Choice แนะนำเอาไว้

 photo PCRESISTC15Booster05.jpg
Paula’s Choice RESIST C15 Super Booster สามารถใช้เป็นทรีตเมนต์เดี่ยว ๆ ก็ได้ โดยทาในขั้นตอนของ Serum หรือจะผสมเข้ากับ Serum ที่เราใช้อยู่ก็สามารถทำได้ การผสมลงในเซรั่มที่มีความหนืดหน่อยจะช่วยให้ความหนืดน้อยลงและเกลี่ยได้ง่ายขึ้น

เทคนิคเล็กน้อยในการใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้คือหลังจากทาลงไปบนผิวแล้ว เราควรจะให้เวลามันซึมเข้าสู่ผิวสักหน่อย อย่างน้อยขอสัก 5 นาทีก็ยังดี ที่บอกแบบนี้เพราะจากการสังเกตุดูเมื่อเช็ดหน้าก่อนล้างหน้าในตอนเย็นจะพบว่า หากวันใดทา Paula’s Choice RESIST C15 Super Booster แล้วทาผลิตภัณฑ์ตัวอื่นทับตามทันที สำลีที่เช็ดจะมีคราบเหลืองค่อนข้างมาก แต่วันใดที่ทา Paula’s Choice RESIST C15 Super Booster แล้วทิ้งไว้สักพักก่อนที่จะทาผลิตภัรฑ์ในขั้นตอนไป คราบเหลืองจะมีติดสำลีน้อยลง ซึ่งในส่วนนี้ปูเป้คิดว่าคราบเหลืองนี้มาจากวิตามินซีที่ซึมเข้าสู่ผิวได้ไม่เต็มที่และเกิดการ Oxidize หรือเสื่อมอยู่บนพื้นผิวนั่นเอง

 photo PCRESISTC15Booster02.jpg
โดยสรุปแล้ว Paula’s Choice RESIST C15 Super Booster เป็นทรีตเมนต์บำรุงผิวที่ใช้วิตามินซีเข้มข้น สามาถคาดหวังผลในเรื่องของการช่วยลดเลือนริ้วรอย ลดเลือนจุดด่างดำ ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอ และช่วยให้รอยแดงจากการอักเสบหายได้ไวขึ้น

จากการใช้มาตลอด 2 เดือนพบว่ามันช่วยให้ผิวแน่นกระชับขึ้น (ไปตรวจสภาพผิวกับ SK-II ก็ได้คะแนนที่ผ่านเกณฑ์หมดเลย แม้จะนอนดึกก็ติดต่อกันก็ตาม) นอกจากนี้ยังช่วยให้รอยรอยแดงจากการกดสิวหายได้ไวขึ้นด้วย

แน่นอนว่าผิวของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน การใช้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะต้องมีการปรับปริมาณ รวมถึงความถี่ในการใช้ ให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง ถ้าใช้ทุกวัน ใช้เช้า-เย็น แล้วอาจมีการแห้งหรือระคายเคืองบ้าง ก็ต้องปรับลดลงให้เหมาะสม

สำหรับคำถามว่า “จะแพ้มั้ย” “ใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?” เป็นคำตอบที่ปูเป้บอกไม่ได้ครับ อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ คน สำหรับการอุดตันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวโดยรวมของแต่ละคนเอง นอกจากนี้คนเรายังไวต่อการอุดตันของสารแต่ละตัวไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทดสอบและทดลองใช้ก่อนทุกครั้ง

ข้อดี

– มีปริมาณของ Ascorbic Acid เข้มข้น 15%
– ให้ผลในการลดเลือนริ้วรอย
– ลดเลือนรอยแดงและรอยดำได้
– บรรจุภัณฑ์ลดการสัมผัสแสงและอากาศ
– ปราศจากสี น้ำหอม

ข้อเสีย

– ถ้าเก็บไม่ดีก็เหลืองไวเหมือนกันนะ

***Sponsored Item***

– Paula’s Choice RESIST C15 Super Booster