photo NeutrogenaClinicalEvent03.jpg
ย้อนกลับไปช่วงเดือนพฤษภาคม ถ้าใครยังจำกันได้ ปูเป้ได้ไปทริปที่ฮ่องกง และเห็นว่าแบรนด์ Neutrogena มีของที่น่าสนใจออกมาวางจำหน่าย ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือฉลากมีการพิมพ์ภาษาไทยอยู่ด้านหลัง นั่นแปลว่าในอีกไม่นาน ผลิตภัณฑ์ตัวนี้จะต้องวางจำหน่ายในไทยอย่างแน่นอน

 photo NeutrogenaClinicalEvent01.jpg
ล่าสุดเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ปูเป้ได้เห็นสินค้าที่ว่าจำหน่ายแล้วในร้าน ​Boots และ Watsons แล้วในวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมาก็มีงานแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ซึ่งปูเป้ก็ได้รับเชิญให้ไปร่วมงานในช่วงกลางวัน ซึ่งในงานก็มีการให้ข้อมูลจากแพทย์ผิวหนัง แล้วก็่ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่บินตรงจากต่างประเทศให้ปูเป้ได้ Q&A กันอย่างใกล้ชิด

<center. photo NeutrogenaClinicalEvent02.jpg

ผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นกลุ่ม Neutrogena Clinical Fine Fairness ซึ่งเป็นไลน์ไวท์เทนนิ่งในระดับ Masstige ซึ่งใช้เทคโนโลยีที่ใหม่กว่า รวมถึงเนื้อสัมผัสที่ปรับปรุงให้หรูหรายิ่งขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย 3 ผลิตภัณฑ์

• Clinical Fine Fairness Radiance Essence ราคา 999 บาท
• Clinical Fine Fairness Radiance Cream ราคา 999 บาท
• Clinical Fine Fairness Multi-Protect UV Fluid SPF50+/ PA+++ ราคา 540 บาท

คอนเซปต์หลักของ Neutrogena Clinical Fine Fairness คือการนำส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่งที่มีอยู่แล้ว มีผนวกเข้ากับเทคโนโลยี Vital Ion เพื่อให้ได้ประสิทธิผลในการลดเลือนจุดด่างดำและมอบความกระจ่างใสให้กับผิวที่ดียิ่งขึ้น

เทคโนโลยี Vital Ion เป็นการนำส่วนผสมของ สังกะสี และ ทองแดง ในการกระตุ้นการสร้างพลังงานให้กับเซลล์ จึงทำให้เซลล์มีความสามารถในการตอบสนองกับการรักษาด้วยสารไวท์เทนิ่งได้ดียิ่งขึ้น

ว่าแต่พลังงานของผิว เกี่ยวข้องกับเรื่องของจุดด่างดำและความหมองคล้ำได้อย่างไรล่ะ?

 photo SkinEnergy.png
ร่างกายและผิวหนังของเราประกอบไปด้วยเซลล์จำนวนมากมาย และพลังงานที่เซลล์นั้นนำมาใช้ในการขับเคลื่อน ก็คือ AdenosineTriphosphate หรือ ATP ซึ่งผลิตมาจาก Mitochondria ซึ่งเปรียบเหมือนกับโรงไฟฟ้าภายในเซลล์

เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของ Mitochondria ก็จะลดน้อยลง การผลิตพลังงานที่เซลล์จะนำมาใช้ก็น้อยลง ซึ่งการศึกษาในปี 2008 พบว่า AdenosineTriphosphate หรือ ATP มีผลกับการแบ่งตัวของเซลล์ผิวชั้นนอกด้วย ยิ่งอายุมากขึ้น การผลิตพลังงานของเซลล์ลดลง การแบ่งตัวของผิวก็ช้าลงด้วยเช่นกัน

(Source : Marked aging-related decline in efficiency of oxidative phosphorylation in human skin fibroblasts1, Effects of adenosine 5′-monophosphate on epidermal turnover.)

 photo Inflammationrespond.png
ในขณะเดียวกัน เมื่อเราอายุมากขึ้น ร่างกายก็จะตอบสนองกับสิ่งรบกวนและผลิตสารที่กระตุ้นให้เกิดการอักเสบในเซลล์มากกว่าในช่วงที่เราอายุน้อย การศึกษาพวกว่าเมื่อเราอายุเยอะขึ้น จะมาการหลั่ง Prostaglandin E2 ซึ่งเชื่อว่าเป็นตัวสำคัญที่ทำให้เกิดการอักเสบในเซลล์เพิ่มขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นโดยรังสี UV

(Source : Enhanced expression of cylooxygenase-2 by UV in aged human skin in vivo.)

 photo StageofHyperpigmentation.png
เมื่อรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว อาจพูดได้ว่า สาเหตุที่เมื่อเราอายุขึ้นแล้วจึงมีปัญหาเรื่องจุดด่างดำมากขึ้น และขจัดออกได้ยากกว่า นั้นเป็นเพราะว่าเซลล์การผลิตพลังงานน้อยลง เมื่อเซลล์ผลิตพลังงานน้อยลง การแบ่งตัวของเซลล์ผิวใหม่ในชั้น Basal ก็น้อยลงด้วย แถมเซลล์ยังถูกกระตุ้นจากรังสี UV ได้ง่ายขึ้น ซึ่งไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มขึ้น

ผลก็คือ จุดด่างดำจึงสะสมตัวอยู่ในส่วนล่างของผิวชั้นล่าง และมีความสามารถในการแบ่งตัวต่ำ ทำให้จุดด่างดำฝังแน่นและไม่สามารถขจัดออกไปได้ง่าย ๆ

(Source : Immuno-histochemical evaluation of solar lentigines: The association of KGF/KGFR and other factors with lesion development.)

 photo NeutrogenaClinicalEvent04.jpg
ทาง Neutrogena ชูเทคโนโลยี Vital Ion ว่าเปรียบเสมือนกับแบตเตอรี่ ที่ช่วนกระตุ้นเซลล์ให้มีการสร้างพลังงานเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้เซลล์มีการแบ่งตัวเป็นปกติขึ้น ทำให้จุดด่างดำที่ยากต่อการรักษานั้นมีการตอบสนองกับส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่งในผลิตภัณฑ์ได้ดียิ่งขึ้น

จริงๆ แล้วคอนเซปต์ของการกระตุ้นการสร้าง ATP หรือพลังงานของเซลล์ในการเสริมประสิทธิภาพในการลดจุด่างดำไม่ใช่เรื่องใหม่ มีแบรนด์ยักษ์ใหญ่จากฝั่งญี่ปุ่นนำคอนเซปต์นี้มาใช้ในผลิตภัณฑ์ของเขาแล้วเมื่อสองปีที่ผ่านมา แต่หลักในการกระตุ้นการสร้างพลังงานด้วยการใช้ สังกะสีและทองแดง ลงในผลิตภัณฑ์นั้น ดูจะถูกนำมาใช้เฉพาะแบรนด์ในเครือของ Johnson & Johnson ซึ่งเป็นเจ้าของ Neutrogena นั่นเอง

ถือว่าเป็นน้ำจิ้มให้ทุกคนได้ว้าวกันก่อนที่จะมาลงรีวิวให้ดูละกันนะฮะ