สิวเป็นหนึ่งโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยและเชื่อว่าเกือบทุกคนต้องมีประสบการณ์ผ่านกันมาบ้าง เราคงคุ้นเคยกันดีกับการรักษาสิวด้วยการผลัดเซลล์ผิว และต้องเน้นการฆ่าเชื้อแบคทีเรียสิวอย่าง P.Acne ให้สิ้นซาก แต่หากแนวคิดในใหม่ในการดูแลผิวให้ห่างไกลจากสิวคือการเลี้ยงแบคทีเรียบนผิวหน้าให้สมบูรณ์และหลากหลายล่ะ?!? ถ้าสนใจก็ต้องตามอ่านกันต่อเลยจ้า

สิวเป็นอาการที่มีความซับซ้อนและปัจจุบันเรายังไม่เข้าใจกลไกทั้งหมดที่ก่อให้เกิดสิว ในตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้มีการค้นพบสายสัมพันธ์ที่ซับซ้อนของสิวกับสิ่งต่างๆ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพวะจิตใจ สภาพแวดล้อม มลภาวะ ระบบย่อยอาหาร แต่หนึ่งการค้นพบที่สำคัญอีกอย่างก็คือความสัมพันธ์ระหว่างสิวกับบรรดาจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนผิวของเรานั่นเอง ร่ายกายของเราเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์จำนวนมากที่มีความสัมพันธุ์ที่ซับซ้อน สอดคล้อง และเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน การศึกษาเกี่ยวกับจีโนมหรือของจุลินทรีย์ทั้งหมดในร่างกายมนุษย์ (Microbiota) นั้นมีชื่อเรียกว่า Microbiome และการศึกษาเหล่านี้เปิดเผยระบบนิเวศน์อันซับซ้อนที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นแต่ส่งผลโดยตรงกับสุภาพของเราโดยตรงเลยทีเดียว ปูเป้ได้ทำข้อมูลแยกเอาไว้เกี่ยวกับเรื่องนี้เอาไว้ ใครที่สนใจสามารถไปอ่านเพิ่มเติมได้ในบทความ ‘Microbiome’ The Future of Skincare จ้า

 

ข้อมูลที่ทำให้ปูเป้สนใจเกี่ยวกับ Microbiome ในเรื่องของผิวพรรณนั้นน่าจะเป็นชิ้นที่ตีพิมพ์ในปี 2013 ที่พบว่า ไอ้เจ้าแบคทีเรียสิว P.Acne เนี่ยมันมันไม่ได้มีอยู่แค่ในผิวที่เป็นสิวนะ ผิวที่ไม่เป็นสิวก็มีอยู่แล้วตามปกติ แต่สิ่งที่ต่างกันคือสายพันธุ์ย่อยของ P.Acne ที่ครองพื้นที่ผิวนั้นแตกต่างกันระหว่างผิวของคนที่เป็นสิวกับผิวของที่ไม่เป็นสิว ข้อมูลนี้สร้างความตื่นตัวอย่างมากในวงการแพทย์และวงการเครื่องสำอาง และเราเคยแชร์ข่าวการค้นพบนี้เอาไว้ว่าในอนาคตอีกไม่นานเราคงจะเห็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมปัญหาสิวด้วยการเลี้ยงแบคทีเรียที่ดีบนหน้า

(Source : The skin microbiomeThe balance of metagenomic elements shapes the skin microbiome in acne and healthPropionibacterium acnes strain populations in the human skin microbiome associated with acne.)

เมื่อพูดถึงการเลี้ยงแบคทีเรียที่ดี หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับคำว่า  Probiotics หรือแบคทีเรียชนิดที่ดีที่พบอยู่ในอาหารหมักดอง นมเปรี้ยว กิมจิ ที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายของแบคทีเรียชนิดดีในระบบลำไส้ ซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพ และอีกคำหนึ่งคือ  Prebiotics นั่นก็คืออาหารซึ่งเสริมการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดี  และเมื่อกระแสของ Microbiome เริ่มเป็นที่พูดถึงกันมากขึ้น ก็มีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ออกมาเคลมว่าเป็น Probiotics Skincare กันอยู่เนือง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้วเราไม่มีทางมีเครื่องสำอางที่เป็น Probiotics ได้เนื่องจากในเครื่องสำอางไม่สามารถที่จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ได้ ดังนั้นแบคทีเรียชนิดดีที่ยังมีชีวิตแล้วทาลงไปเพื่อหวังจะให้มันไปเพิ่จำนวนบนผิวนั้นเป็นไปไม่ได้ตามหลักการนี้ ดังนั้นสิ่งที่เครื่องสำอางสามารถทำได้นั่นก็คือการเป็น Prebiotics Skincare ที่เมื่อใช้ไปแล้วเหมือนกับเป็อาหารหรือเอื้อให้เกิดการเติบโตของแบคทีเรียชนิดที่ดีบนผิวมากกว่า และผลิตภัณฑ์ดูแลปัญหาสิวตัวใหม่อย่าง La Roche-Posay : Effaclar Duo [+] ก็คือ Prebiotics Skincare นี่แหล่ะ

 

Product’s Formula

สูตรใหม่ล่าสุดของ La Roche-Posay : Effaclar Duo [+] (40ml / 990 BAHT) ในปี 2018 นี้ในแง่ของโครงสร้างส่วนผสมนั้นดูมีการเปลี่ยนแปลงไปไม่มาก เหมือนเป็นแค่ Minor Change แต่ในเชิงของแนวคิดและคอนเซปต์ของผลิตภัณฑ์นั้นมันเป็นการเปลี่ยนที่เรียกว่าพลิกความเชื่อของผู้บริโภคกันเลยล่ะ

ส่วนผสมที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามาพร้อมกับแนวคิดเรื่องสมดุลของจุลินทรีย์ประจำถิ่นของผิว ก็คือ VITREOSCILLA FERMENT และ MANNOSE โดย VITREOSCILLA FERMENT นี้เป็นการนำแบคทีเรียสายพันธุ์เฉพาะ Vitreoscilla filiformis strain (ATCC 15551) มาผ่านกระบวนการหมักบ่มทางชีวภาพโดยอาศัยน้ำแร่ La Roche-Posay อันอุดมไปด้วยแร่ธาตุ  Selenium เป็นหนึ่งในมีเดียมเพาะเลี้ยง ซึ่งทำให้ส่วนผสมของ VITREOSCILLA FERMENT นี้มีคุณสมบัติเฉพาะตัวมากขึ้นและโดดเด่นเป็นพิเศษในการต้านการอักเสบและเสริมภูมิคุ้มกันของผิว โดยทางแบรนด์ได้ตั้งชื่อใหม่ว่า  Aqua Posae Filiformis และจดสิทธิบัตรเอาไว้เป็นที่เรียบร้อย

(Source : A new Vitreoscilla filiformis extract grown on spa water-enriched medium activates endogenous cutaneous antioxidant and antimicrobial defenses through a potential Toll-like receptor 2/protein kinase C, zeta transduction pathwayBacterial extracts cultured in thermal waters for treating sensitive skin, mucous membranes and scalps)

Exp Dermatol. 2017 Sep;26(9):798-803.

ทาง La Roche-Posay ได้มีการทำการศึกษาและตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยวกับ Aqua Posae Filiformis เอาไว้โดนบ่งชี้ถึงหลักการทำงานในการต้านการอักเสบและฟื้นฟูสภาพผิวเอาไว้และล่าสุดได้มีการศึกษาว่าการผสม Aqua Posae Filiformis เข้ากับส่วนผสม Mannose นั้นมีส่วนช่วยฟื้นจุลิทรีย์ประจำถิ่นของผิวมีความหลากหลายมากขึ้นและในขณะเดียวกันก็พบเชื้อแบคทีเรียในกลุ่ม Staphylococcus ในสัดส่วนที่น้อยลง ซึ่งเชื้อแบคทีเรียนี้ในสัดส่วนที่มากเกินจนเสียสมดุลจะก่อให้เกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบได้ง่าย อย่างโรคผิวหนัง  Atopic Dermatitis และเชื้อกลุ่ม Staphylococcus ยังมีความสัมพันธ์ในการเกิดการอักเสบในผิวเป็นสิวได้อีกด้วย (ตามตารางด้านบน) การเสริมส่วนผสมสองชนิดนี้จึงมาช่วยเสริมเคลมการปรับสมดุลของผิวเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดสิวซ้ำได้ส่วนหนึ่ง

(Source : Barrier function and microbiotic dysbiosis in atopic dermatitis.Clinical efficacy of emollients in atopic dermatitis patients – relationship with the skin microbiota modificationSkin microbiome and acne vulgaris: Staphylococcus, a new actor in acne.A systematic review and meta-analysis on Staphylococcus aureus carriage in psoriasis, acne and rosacea)

และใครที่เคยใช้สูตรก่อนและชื่นชอบก็ต้องบอกว่าสิ่งที่คุณรักในสูตรเก่ายังอยู่เกือบครบ ซึ่งส่วนผสมเหล่านี้ทำงานในหลายกลไก เริ่มต้นจากการผลัดเซลล์ผิวเพื่อลดการอุดตันด้วยส่วนผสมของ CAPRYLOYL SALICYLIC ACID หรือ  LHA  ต้านแบคทีเรีย P.Acne ด้วยส่วนผสม PIROCTONE OLAMINE และต้านการอักเสบของสิวด้วย NIACINAMIDE ที่ยังไปทำงานคู่กับ Procerad หรือ 2-OLEAMIDO-1,3-OCTADECANEDIOL เพื่อลดปัญหารอยสิว มี ZINC PCA ที่เคลมว่าช่วยปรับการผลิตน้ำมันให้สมดุล ควบคู่ไปกับส่วนผสมที่ช่วยดูดซับความมันและมอบสัมผัสเบาสบายบนผิวอย่างผง METHYL METHACRYLATE CROSSPOLYMER ซึ่งรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนผสมดังกล่าวสามารถย้อนกลับไปอ่านรีวิวเก่าได้ (คลิกที่นี่)

ดังนั้นโครงสร้างโดยรวมจึงเป็นการนำสูตรเดิมซึ่งเป็ที่รักและชื่นชอบของหลายคนอยู่แล้วมาเสริมประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้นไปอีกนั่นเอง 

Ingredients : AQUA / WATER, GLYCERIN, DIMETHICONE, ISOCETYL STEARATE, NIACINAMIDE, ISOPROPYL LAUROYL SARCOSINATE, SILICA, AMMONIUM, POLYACRYLDIMETHYLTAURAMIDE / AMMONIUM POLYACRYLOYLDIMETHYL TAURATE, METHYL METHACRYLATE CROSSPOLYMER, POTASSIUM CETYL PHOSPHATE, SORBITAN OLEATE, ZINC PCA, GLYCERYL STEARATE SE, ISOHEXADECANE, SODIUM HYDROXIDE, MYRISTYL MYRISTATE, 2-OLEAMIDO-1,3-OCTADECANEDIOL, ALUMINUM STRACH OCTENYLSUCCINATE, MANNOSE, POLOXAMER 338, DISODIUM EDTA, CAPRYLOYL SALICYLIC ACID, CAPRYLYL GLYCOL, VITREOSCILLA FERMENT, XANTHAN GUM, POLYSORBATE 80, ACRYLAMIDE/SODIUM ACRYLOYLDIMETHYLTAURATE COPOLYMER, SALICYLIC ACID, PIROCTONE OLAMINE, PARFUM / FRAGRANCE. (CODE F.I.L. : B214027/1)

Usage & Result

เนื้อผลิตภัณฑ์เหมือนกับรุ่นก่อนเลยล่ะ เนื้อเจลครีมที่ไม่เหนอะหนะผิว เซ็นตัวแบบกึ่ง  Matte ไม่แห้งจนเกินไป และคุมความมันได้เล็กน้อย  ให้ความชุ่มชื้นปานกลาง ซึ่งโดยส่วนตัวปูเป้เองที่เป็นผิวผสมและมีปัญหาผิวขาดน้ำในช่วง  U-Zone แนวกรามและข้างแก้มก็รู้สึกว่าตัวนี้ยังให้ควาชุ่มชื้นได้ไม่เพียงพอในบริเวณดังกล่าว ก็จะต้องเสริมตัวให้ความชุ่มชื้นหรือมอยซ์เจอไรเซอร์ในจุดที่ต้องการเป็นพิเศษเพิ่ม

ในแง่ของประสิทธิภาพของการลดปัญหาสิวอุดตัน การอักเสบ และการลดโอกาสการเกิดรอยสิวและลดเลือนรอยสิวนั้น โชคดีที่ในช่วงที่ต้องทดลองผลิตภัณฑ์ปูเป้มีสิวแบบอักเสบหัวหนองขึ้นมาพอดีเลยได้ทดลองประสิทธิภาพมาให้ชมกัน

ตลอดระยะเวลาของการทดลอง ปูเป้ได้ทำการตัดทุกผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติเป็นไวท์เทนนิ่ง และผลิตภัณฑืที่มีความโดดเด่นด้านการต้านการอักเสบ หรือต้านแบคทีเรียออกไปจนหมด เหลือแต่กลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้น และครีมกันแดด เพื่อควบคุมตัวแปรเท่าที่จะทำได้ ผลิตภัณฑ์ La Roche-Posay : Effaclar Duo [+] จะถูกทาในขั้นตอนของมอยซ์เจอไรเซอร์ทั่วใบหน้า เว้นรอบดวงตา และในจุดที่มีการอักเสบหัวหนอง ปูเป้ได้ลองเอามาแต้มเพิ่มเป็นพิเศษด้วย

การทดลองพบว่า จุดที่เป็นอักเสบหัวหนอง และเอา La Roche-Posay : Effaclar Duo [+] มาแต้มเพิ่มเหมือนยาแต้มสิวนั้น จะรู้สึกจี๊ดเล็กน้อยในช่วงแรก และหัวสิวแห้งไวขึ้นกว่าการไม่ได้นำผลิตภัณฑ์มาแต้มหนา ๆ บนหัวสิว แต่ก็อาจจะเป็นเพราะว่าแต้มเยอะก็เลยทำให้ผิวตรงนั้นแห้งกว่าปกติก็เป็นไปได้เหมือนกัน

หลังจากหัวสิวแห้งเป็นสะเก็ดก็หลุดออกในระหว่างอาบน้ำ เหลือเป็นรอยแดงจากการอักเสบและเป็นสะเก็ดแผลอยู่สักระยะหนึ่งก่อนที่ผิวจะเยียวยาตัวเองและแผลหายสนิท หลงเหลือเป็นรอยดำจาง ๆ ซึ่งถือว่าเหลือรอยดำน้อยกว่าปกติที่มักจะเกิดขึ้นเมื่อเป็นสิวอักเสบหัวหนองในลักษณะนี้ โดยที่ไม่มีการใช้ไวท์เทนนิ่งใด ๆ ร่วมด้วยเลย และเราอายุ 36 แล้ว รอยสิวปกติมันจะจางช้ากว่านี้มากหากไม่ได้ดูแลเป็นพิเศษ

สำหรับสิวอุดตันนั้น ในระหว่างการทดลองไปสัก 2 สัปดาห์จะเริ่มเห็นสิวอุดตันเป็นหัวหรือเป็นหนามแข็ง ๆ ที่สามารถสะกิดหรือหนีบออกมาได้ง่ายขึ้น ก็ถือว่าน่าพอใจนะ

ส่วนในแง่ของการลดปัญหาสิวเกิดซ้ำ ปูเป้ยังไม่ได้ใช้ในระยะที่ยาวพอที่จะบอกในจุดนี้ได้ครับ แต่คิดว่าเป็นคอนเซปต์ที่น่าสนใจ แต่อย่างไรก็ดี การเกิดสิวมีปัจจัยแวดล้อมมากมายที่แม้แต่ในปัจจุบันนี้เราก็ยังไม่อาจเข้าใจความสัมพันธุ์ของโรคผิวหนังอันซับซ้อนนี้ได้ทั้งหมด มันอาจจะไม่เกิดมาจากสมดุลของแบคทีเรียบนผิวที่เสียไปก็อาจจะมาจากอย่างอื่นได้อีกนั่นแหล่ะ

Conclusion

โดยสรุปแล้ว La Roche-Posay : Effaclar Duo [+] ฉบับปี 2018 นั้น เป็นการอัพเกรดจากสูตรเดิมที่ก็น่าประทับใจอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แนวคิดเรื่อง Skin Microbiome และสมดุลของแบคทีเรียของผิวนั้นเป็นอนาคตของวงการเครื่องสำอาง และเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคควรรับรู้แบะเข้าใจมากขึ้น เราดีใจมากที่มีแบรนด์ที่ออกมาสื่อสารเรื่องนี้สู่ผู้บริโภคในมุมที่กว้างขึ้น

ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาสิวในระดับเล็กน้อยหรือปานกลาง มีสิวอุดตันปะปนกับสิวอักเสบรวมถึงมีปัญหารอยสิว แต่ต้องการผลิตภัณฑ์ที่ใช้ง่าย ไม่มีตอนซับซ้อน ค่อนข้างที่จะอ่อนโยนกับผิว สำหรับผิวผสม ผิวมัน ก็สามารถใช้ทดแทนขั้นตอนของมอยซ์เจอไรเซอรืได้เลย แต่ถ้ามีส่วนที่แห้งหรือขาดความชุ่มชื้นมากก็จะต้องมีมอยซ์เจอไรเซอร์ที่ไม่อุดตันผิวหรือไม่หนักเหนียวจนเกินไปเข้าไปเสริมเพิ่มอีกทีล่ะ

สำหรับคำถามว่า “จะแพ้มั้ย” “ใช้แล้วอุดตันรึเปล่า?” เป็นคำตอบที่ปูเป้บอกไม่ได้ครับ อาการแพ้เป็นสิ่งที่แตกต่างกันไปในทุก ๆ คน สำหรับการอุดตันนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวและการดูแลผิวโดยรวมของแต่ละคนเอง นอกจากนี้คนเรายังไวต่อการอุดตันของสารแต่ละตัวไม่เหมือนกันด้วย ดังนั้นก่อนจะซื้อผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก็ตาม ควรทดสอบและทดลองใช้ก่อนทุกครั้ง

***Sponsored Item***

La Roche-Posay : Effaclar Duo [+]
Price :  40ml / 990 BAHT
Skin Type : Acne Prone Skin / Normal to Oily Skin
Outstanding : Acne Control / Anti-Infmammation /

La Roche-Posay : Effaclar Duo [+]
*คะแนนดาวเรทติ้งจะแสดงผลไม่ถูกต้องหากเปิดอ่านบทความนี้จาก Smart Phones / Tablets*
FORMULA
GENTLENESS
SENSORY
RESULT
PUPE LOVE IT
PROS
  • ส่วนผสมหลากหลาย ทำงานในหลายกลไก ตั้งแต่การลดการอุดตัน ลดการอักเสบ ลดการเกิดรอยสิว
  • คอนเซปต์ Prebiotic Skincare นั้นดีมาก และเป็นอนาคตตของการดูแลผิว
  • เนื้อสัมผัสที่บางเบา ไม่มันวาว เหมาะสำหรับผิวผสม ผิวมัน ที่เป็นสิวง่าย
CONS
  • มีส่วนผสมของน้ำหอม
4.0Overall Score

Related Posts