เมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ทาง GSK Thailand ผู้ผลิตยาสีฟัน Sensodyne ได้ส่ง Sensodyne : Repair & Protect Whitening มาให้ปูเป้ได้ลองใช้ จริงๆ ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมานั่งรีวิวยาสีฟัน แต่พอได้หาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคโนโลยีเบื้องหลังแล้วรู้สึกว่ามันน่าสนใจทีเดียว ประกอบกับปูเป้มีปัญหาเรื่องอาการเสียวฟันอยู่บ้าง จึงได้ทดลองใช้และเอามาเล่าสู่กันฟังอีกเช่นเคย

อาการ “เสียวฟัน” เวลาที่ดื่มน้ำเย็น ทานไอศครีม กินของเปรี้ยวจัด หวานจัด จัดเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน จากผลสำรวจโดยบริษัท Ipsos (Thailand) เมื่อปี 2011 พบว่า คนตั้งแต่ช่วงอายุ 18-60 ปี มีปัญหาการเสียวฟันถึง 61% โดยจะพบมากในช่วงอายุตั้งแต่ 30-60 ปี แม้ว่าอาการเสียวฟันนี้จะไม่ถือว่าเป็น “โรค” ที่อันตรายอะไร แต่ก็ก่อให้เกิดความรำคาญและลดทอนคุณภาพชีวิตของเราได้ไม่น้อย (โดยเฉพาะการขัดควางความสุขในการกิน!!!)

สาเหตุของอาการเสียวฟันนั้นเข้าใจได้ไม่ยาก ฟันของเรามีส่วนที่แข็งเป็นเปลือกนอกเรียกว่า “เคลือบฟัน” หรือ Enamel ส่วนที่อ่อนไหวซึ่งอยู่ด้านใต้เคลือบฟัน เรียกว่าชั้น “เนื้อฟัน” หรือ Dentine และภายในชั้นเนื้อฟัน จะมี “ท่อฟัน” หรือ “Tubules” จำนวนมากที่มีของเหลวอยู่ภายในซึ่งต่อเข้าเส้นประสาทฟันด้านใน เมื่อชั้นเคลือบฟันเกิดการสึกหรอจนเผยให้เห็นชั้นเนื้อฟัน เวลาที่เราของเย็น ร้อน หวาน หรือเปรี้ยวจัด จะทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของของเหลวในท่อฟัน ส่งสัญญาณไปยังเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการเสียวฟันนั่นเอง

ปัจจัยที่ทำให้เกิดอาการเสียวฟันที่พบได้บ่อยก็มีตั้งแต่ “การแปรงฟันแรงเกินไป” นั้นทำให้เคลือบฟันสึกได้ “การนอนกัดฟัน” ก็เป็นอีกสาเหตุี่ทำให้ชั้นเคลือบฟันสึกอีกเช่นกัน “โรคเหงือก หรือ เหงือกร่น” ก็ทำให้เผยเห็นเนื้อฟันที่คอฟันมากขึ้น ซึ่งก็ทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้อีกเช่นกัน การรักษาอาการเสียวฟัน คือจะต้องลดปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ลง ร่วมไปกับการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมชั้นเคลือบฟัน หรือ อุดท่อฟัน จะได้ผลดีที่สุด

เทคโนโลยีเบื้องหลัง Sensodyne Repair & Protect Whitening (100g. / 169 THB) ก็คือส่วนผสมที่มีชื่อว่า NovaMin หรือ Calcium Sodium Phosphosilicate โดยทาง GlaxoSmithKline (GSK) ได้ทำการซื้อสิทธิบัตรมาด้วยวงเงินที่สูงมากถึง 135 ล้านดอลล่าสหรัฐ ทีเดียวเชียว

NovaMin ประกอบไปด้วย แคลเซียม (calcium) โซเดียม (sodium) ฟอสฟอรัส (phosphorous) และ ซิลิก้า (silica) ซึ่งล้วนแต่เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นต่อการสร้าง Hydroxy Carbonate Apatite (HCA) ที่จะไปเป็นเคลือบฟันใหม่ โดยทันทีที่สัมผัสกับ “น้ำลาย” หรือ “น้ำ” สาร NovaMin เกิดปฏิกิริยาและทำให้ค่า pH สูงขึ้นชั่วคราว และปล่อย แคลเซียม และ ฟอสฟอรัส เพื่อก่อให้เกิดการสร้าง Hydroxy Carbonate Apatite (HCA) ที่ผิวฟันในทันที

ผลการวิจัยของ GSK ที่ตีพิมพ์ในวารสาร The journal of Clinical Dentistry เมื่อปี 2011 แสดงให้เห็นว่า NovaMin จะไปก่อผลึกแคลเซียมฟอสเฟสเพื่อเคลือบปิดท่อฟัน ซึ่งลดอาการเสียวฟันได้ใน 5 วัน และดีขึ้นเมื่อใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง

(Source : Physical and chemical characterization of dentin surface following treatment with NovaMin technology., Overview of the clinical evidence for the use of NovaMin in providing relief from the pain of dentin hypersensitivity., NovaMin used in professional and over-the-counter dental products)

เมื่อได้อ่านข้อมูลเหล่านี้แล้ว ปูเป้ก็รู้สึกสนใจที่อยากจะลองด้วยตัวเองมากขึ้น ส่วนตัวนั้นจะมีปัญหาเรื่องอาการเสียวฟันอยู่บ้างบริเวณฟันหน้าและฟันกราม เวลาทานของเย็น แต่ก็ปรับตัวได้โดยการกินอย่างระวังหน่อย ทว่าสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือการใช้น้ำยาบ้วนปากในตอนเช้า ซึ่งน้ำยาบ้วนปากจะค่อนข้างเย็นและก่อให้เกิดอาการเสียวฟันแปลบ ๆ แม้ไม่มาก แต่ก็ทำให้ความรู้สึกอยากจะบ้วนปากน้อยลงไปเยอะเลยทีเดียว

หลังจากได้ทดลองใช้ ภายใน 1 สัปดาห์แรก ก็รู้สึกได้เลยว่าอาการเสียวฟันในขณะที่ใช้น้ำยาบ้วนปากนั้นน้อยลงเรื่อย ๆ และหลังจากหมดหลอดแรกตอนนี้ก็ไม่มีอาการเสียวฟันเกิดขึ้นแล้วในขณะใช้น้ำยาบ้วนปาก

เนื้อของยาสีฟันค่อนข้างเหลว ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการใช้งาน รสออกเค็มหน่อย ๆ และไม่เผ็ดหรือเย็นมากเกินซึ่งเป็นอีกจุดที่ถูกใจทีเดียว อ้อ เมื่อเริ่มแปรงฟันจะรู้สึกอุ่น ๆ อยู่แปปนึง นั่นเป็นเพราะว่าตัว Novamin ได้ทำปฏิกิริยากับน้ำหรือน้ำลายตามที่ได้บอกไว้ด้านบน และมีการปล่อยพลังงานในรูปของความร้อนนั่นเอง

ส่วนในเรื่องการทำให้ฟันขาวขึ้นหรือไม่นั้น ปูเป้ลองใช้ Sensodyne : Repair & Protect Whitening ในช่วงหลังจากที่ไปขูดหินปูนและขัดฟันพอดี ดังนั้นสีฟันจึงจะไม่สามารถขาวไปได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว (เว้นแต่จะใช้สารฟอกสีฟัน ซึ่งไม่มีในยาสีฟันตัวนี้) ปูเป้จึงคอมเมนต์ในส่วนนี้ไม่ได้ครับ แต่ตามหลักแล้ว สารขัดฟัน (Silica) จะไปขจัดคราบที่สะสมบนผิวฟัน เพื่อทำให้สีฟันที่หมอง ๆ จากคราบสะสมดูขาวขึ้นได้

Ingredients : Glycerin, PEG 400, Silica, calcium Sodium Phosphosilicate, Sodium Lauryl Sulphate, Titanium Dioxide, Aroma, Sodium Monofluorophosphate, Carbomer, Sodium Saccharin, Limonene.

โดยสรุปแล้ว ปูเป้พึงพอใจในประสิทธิภาพของ Sensodyne : Repair & Protect Whitening ทีเดียว เพราะลดการเสียวฟันของตัวเองได้ (แม้จะยังเหลือความรู้สึกบ้างตอนกัดไอติมเย็น ๆ แต่ก็ถือว่าเสียวฟันน้อยกว่าแต่ก่อนมาก และหวังว่าเมื่อใช้ไปเรื่อย ๆ เป็นประจำก็จะไม่เสียวฟันแล้ว) นอกจากนี้สาร NovaMin ยังมีงานวิจัยตีพิมพ์จำนวนมากเพื่อยืนยันประสิทธิภาพ

เคล็ดลับเล็กน้อยในการเร่งผลของการลดอาการเสียวฟัน ลองเอายาสีฟัน Sensodyne : Repair & Protect Whitening ป้ายลงไปบริเวณที่เสียวฟัน นวดเบา ๆ ประมาณ 1 นาที แล้วก็ค่อยแปรงฟันตามปกติ

ข้อเสนอแนะที่อยากจะลองให้ทาง GSK ลองพิจารณาดู ก็คือการทำยาสีฟันที่ไม่ใช้สาร SLS และไม่มีรสเย็น ๆ ดูบ้าง สำหรับผู้ที่มีปัญหา Sensitive กับส่วนผสมเหล่านี้เป็นพิเศษ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคกลุ่มนี้ด้วยครับ

ข้อดี

– ลดอาการเสียวฟันได้จริง
– มีงานวิจัยรองรับประสิทธิภาพ
– รสชาติถูกใจปูเป้

ข้อเสีย

– ไม่มี (แต่มีข้อเสนอแนะแจ้งเอาไว้ด้านบนแล้ว)

***Sponsored Item***

– Sensodyne : Repair & Protect Whitening

Related Posts