พูดถึงเซรั่มวิตามินซีเข้มข้นคงไม่มีใครไม่รู้จักกับ “Kiehl’s Vit C” ชื่อสั้น ๆ ที่บรรดาแฟน ๆ อย่างพวกเราตั้งให้กับผลิตภัณฑ์ตัวโปรดที่มีชื่อยาวเหยียดอย่าง Kiehl’s : Dermatologist Solutions Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate และในปี 2018 นี้ วิตซีคีลส์ที่เรารักนั้นมีสูตรอัพเกรดใหม่ไฉไลให้เรารักยิ่งขึ้นกว่าเดิม

Kiehl’s : Dermatologist Solutions Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate สูตรแรกเปิดตัวครั้งแรกในปี 2005 และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการตอบรับอย่างดี และนี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ปูเป้ได้รู้จักกับ Kiehl’s เมื่อย้อนเวลาไปกว่า 8 ปีที่แล้วอีกด้วย ในตอนนั้นผลิตภัณฑ์วิตามินซีเข้มข้นที่ราคาเข้าถึงได้ มีความเสถียรได้นาน แทบไม่มีตัวเลือกให้ซื้อในแผนกเครื่องสำอาง ทำให้ผลิตภัณฑ์ตัวนี้โดดเด่นมาก และเป็นผลิตภัณฑ์ที่แนะนำมาตลอดหากใครมองหาวิตามินซีเข้มข้น ผ่านไป 12 ปี วิตามินซีสูตรนี้ได้รับการปรับปรุงสูตรใหม่ให้ดียิ่งขึ้นและถูกใจเรายิ่งกว่าเดิม มาดูกันดีกว่าว่าสูตรใหม่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง

Product’s Formula

Kiehl’s : Dermatologist Solutions Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate (50ml / 3,200 Baht) สูตรใหม่นี้สิ่งที่เห็นได้จากฉลากคือการเพิ่มปริมาณของวิตามินซีจาก 10.5% เป็น 12.5% โดยแบ่งเป็นวิตามินซีในรูป  Ascorbic Acid 10.5% และเพิ่มอนุพันธ์วิตามินซี  Ascorbyl Glucoside 2% เข้ามา

Ascorbic Acid คือรูปแบบที่ทำงานเข้ากับผิวได้ดีที่สุดและมีการศึกษาวิจัยรองรับมากที่สุดในบรรดาวิตามินซีทั้งหมด และการศึกษาถึงคุณสมบัติในการลดเลือนริ้วรอยนั้นก็มีอย่างเข้มข้น โดยจะไปกระตุ้นการสร้าง Collagen I และ Collagen III ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่มีสัดส่วนมากที่สุดในผิวของเรา เป็นโครงสร้างค้ำยันของผิว มีการทดลองในมนุษย์ว่า Ascorbic Acid 3 – 10% และสูงที่สุดที่มีข้อมูลการศึกษาคือ 23.8%ให้ผลในการลดริ้วรอย รวมไปถึงโทนผิวที่กระจ่างใส จุดด่างดำลดเลือนลง โดยระยะเวลาในการศึกษาโดยมากแล้วอยู่ที่ 3 เดือน ทำให้วิตามินซีในรูปของ Ascorbic Acid เป็นหนึ่งในส่วนผสมที่ใช้เป็นมาตรฐานสำหรับการฟื้นฟูผิวที่เสียหายและมีริ้วรอยจากแสงแดด นอกจากนี้ Ascorbic Acid ยังมีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระและต้านผลกระทบที่มาจากทั้ง UVA และ UVB ได้เป็นอย่างดี

ข้อจำกัดคือ Ascorbic Acid ไม่เสถียรอย่างมาก พร้อมที่จะเสื่อมและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองที่สามารถเข้มข้นเป็นสีส้มเกือบน้ำตาลเมื่อเจอกับแสง ออกซิเจน และน้ำหรือความชื้น จำเป็นข้อจำกัดและเป็นความท้าทายในการทำสูตรเครื่องสำอางมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้การที่มันจะซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยค่า pH 3.5

เรียกได้ว่าเป็น Ascorbic Acid เป็นรูปแบบที่คาดหวังผลได้มากที่สุด มีข้อมูลรับรองมากสุด แต่มีข้อจำกัดเรื่องค่า  pH ในการดูดซึมและมีปัญหาเรื่องความเสถียรที่แย่ที่สุดด้วย

(Source : Topical Vitamin C and the Skin: Mechanisms of Action and Clinical Applications.Stability of vitamin C derivatives in solution and topical formulations.Topical L-ascorbic acid: percutaneous absorption studies.Use of topical ascorbic acid and its effects on photodamaged skin topography. Double-blind, half-face study comparing topical vitamin C and vehicle for rejuvenation of photodamage.Topical ascorbic acid on photoaged skin. Clinical, topographical and ultrastructural evaluation: double-blind study vs. placebo.Evaluation of a prescription strength 4% hydroquinone/10% L-ascorbic acid treatment system for normal to oily skin.Ascorbic acid preferentially enhances type I and III collagen gene transcription in human skin fibroblasts.Topically applied vitamin C enhances the mRNA level of collagens I and III, their processing enzymes and tissue inhibitor of matrix metalloproteinase 1 in the human dermis.Split-face study of topical 23.8% L-ascorbic acid serum in treating photo-aged skin.Topical Activity of Ascorbic Acid: From in vitro Optimization to in vivo Efficacy.)

Ascorbyl Glucoside เป็นอนุพันธ์วิตามินซีที่มีมานานแล้ว เมื่อทาลงไปบนผิว เอนไซม์ α-Glucosidase ที่มีอยู่ในผิวตามธรรมชาติจะทำหน้าที่ในการแยก Ascorbyl Glucoside ออกมาเป็น Ascorbic Acid เพื่อทำหน้าที่ในผิวต่อไป มีงานวิจัยว่า Ascorbyl Glucoside ต้านอนุมูลอิสระ ลดการออกซิเดชั่นของไขมันบนชั้นผิว ลดผลกระทบจากรังสี  UVB และเป็นไวท์เทนนิ่งได้ แม้จะยังมีข้อมูลไม่มากเท่า Ascorbic Acid แต่ก็เป็นรูปแบบที่มีการศึกษาแล้วว่าสามารถดูดซึมและผิวสามารถนำไปใช้ได้จริง

หลายคนอาจจะคิดว่าทำไมถึงใส่อนุพันธ์วิตามินซี Ascorbyl Glucoside เข้ามา? ทำไมถึงไม่เพิ่มปริมาณของ Ascorbic Acid ไปเลย? แล้วทำไมไม่เป็นอนุพันธ์วิตามินซีอื่น ๆ ที่ใหม่กว่านี้? ขอบอกว่าเราก็คิดแบบคุณนั่นแหล่ะ แต่ด้วยความเชื่อมั่นใจแบรนด์ + ลำเอียง (นี่บอกตรง ๆ เลย) เราจึงมีความเชื่อว่าแบรนด์ระดับนี้ไม่มีทางใส่อะไรมาส่งเดช นี่คือผลิตภัณฑ์ฮีโร่ของกลุ่ม มันต้องมีเหตุผลที่ทำไมต้องเป็นสิ่งนี้ และเราก็ค้นจนได้คำตอบมาล่ะ

เหตุผลสำคัญที่ Kiehl’s เลือกที่จะผสม Ascorbic Acid 10.5% ที่มีมาแต่เดิม เพิ่มเติมคือ Ascorbyl Glucoside 2% น่าจะมาจาก 2 ข้อ

1. มีการศึกษาชิ้นหนึ่งที่พบว่า Ascorbyl Glucoside สามารถคงอยู่ในผิวได้อย่างยาวนาน โดยสามารถตรวจพบปริมาณของวิตามินซีในผิวและการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้แม้แต่ผ่านไปแล้ว 8 วันหลังจากหยุดทา ในขณะที่ตัวที่ทาวิตามินซีรูปแบบ Ascorbic Acid หรือ อนุพันธ์วิตามินซี Phosphate หลังจากหยุดทาไปก็ตรวจหาปริมาณวิตามินซีไม่พบแล้วในวันที่ 5 ดังนั้นการผสม Ascorbyl Glucoside จึงช่วยให้การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยาวนานนั่นเอง

2. อนุพันธ์วิตามินซี Ascorbyl Glucoside น่าจะเป็นตัวเดียวที่ละลายในน้ำ และเสถียรในค่า pH ที่กว้างพอที่จะอยู่กับ Ascorbic Acid ที่ต้องอาศัยความเป็นกรดได้ แม้จะมีอนุพันธุ์วิตามินซีใหม่ ๆ ที่ละลายในน้ำและมีความเป็นกรดเหมือนกันอย่าง 3-O-Ethyl Ascorbic Acid แต่มันก็ไม่สามารถใช้เคลมประสิทธิภาพในการเติมวิตามินซีให้ผิวอย่างช้า ๆ ต่อเนื่องและยาวนานได้แบบ Ascorbyl Glucoside

ดังนั้น Kiehl’s : Dermatologist Solutions Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate สูตรใหม่ที่ใช้  Ascorbic Acid 10.5% + Ascorbyl Glucoside 2% จึงไม่ใช่แค่หยิบอะไรมาก็ใส่ไป แต่มันคือตัวเลือกที่เหมาะที่สุดที่จะใส่มาคู่กันทั้งในแง่ของการมีข้อมูลรับรอง ความเข้ากันในการทำสูตร และการสร้างเคลมที่น่าดึงดูดใจ

(Source : Stability studies of ascorbic acid 2-glucoside in cosmetic lotion using surface response methodology.In vitro and in vivo prolonged biological activities of novel vitamin C derivative, 2-O-alpha-D-glucopyranosyl-L-ascorbic acid (AA-2G), in cosmetic fields.Ascorbic acid 2-O-alpha-glucoside-induced redox modulation in human keratinocyte cell line, SCC: mechanisms of photoprotective effect against ul, traviolet light B.Ultrasound enhanced skin-lightening effect of vitamin C and niacinamide.Collagen synthesis in human skin fibroblasts is stimulated by a stable form of ascorbate, 2-O-alpha-D-glucopyranosyl-L-ascorbic acid.Bioavailability and biological activity of L-ascorbic acid 2-O-alpha-glucoside.Comparison of ascorbic acid and ascorbic acid 2-O-alpha-glucoside on the cytotoxicity and bioavailability to low density cultures of fibroblasts.Enhancing effect of 2-O-alpha-D-glucopyranosyl-L-ascorbic acid, a stable ascorbic acid derivative, on collagen synthesis.)

Hydrolyzed Hyaluronic Acid คือส่วนผสมที่ถูกเพิ่มเข้ามาจากสูตรเดิม ขนาดที่ถูกย่อยให้เล็กลงจะทำให้การดูดซึมให้ความชุ่มชื้นกับผิวชั้นนอกในระดับที่ลึกขึ้น การเพิ่มของส่วนผสมที่เติมน้ำให้กับผิวนั้นมีประโยชน์กับสูตรนี้ในหลายแง่ อย่างแรกเลยคือความชุ่มชื้นสำคัญกับการทำงานของเอนไซม์ในผิว ซึ่งมีผลต่อการแตกตัวของอนุพันธ์วิตามินซีในสูตร นอกจากนี้แม้จะยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าวิตามินซี Ascorbic Acid จะเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวหรือจะทำให้ผิวเสียความชุ่มชื้น เพราะการศึกษาที่ตีพิมพ์ให้ข้อมูลที่แย้งกันอยู่ แต่ความเป็นกรดของการใช้วิตามินซีที่เข้มข้นหน่อยอาจจะทำให้ผิวของคนที่บอบบางแห้งได้ง่ายขึ้นกว่าปกติก็เป็นได้

(Source : In vitro antioxidant activity and in vivo efficacy of topical formulations containing vitamin C and its derivatives studied by non-invasive methods.Application of l-Ascorbic Acid and its Derivatives (Sodium Ascorbyl Phosphate and Magnesium Ascorbyl Phosphate) in Topical Cosmetic Formulations: Stability Studies.)

ส่วนผสมที่ถูกเพิ่มขึ้นยังมี Hydroxyethylpiperazine Ethan Sulfonic Acid หรือ HEPES ซึ่งสิทธิบัตรของเครือ นี้เคลมว่าช่วยเสริมการทำงานทางเอนไซม์ในการผลัดเซลล์ผิว มีการเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันผิวส้มและมะนาวเพื่อช่วยแต่งกลิ่นแต่กลิ่นก็ค่อนข้างบางไม่เด่นเลย แต่ก็ให้กลิ่นที่ผู้ใช้น่าจะรู้สึกดีกว่าแบบเก่าที่ไม่ใส่มาเลย

นอกจากนี้ก็ยังมีส่วนผสมของ Adenosine ซึ่งช่วยเพิ่มพลังให้กับเซลล์ผิว ตัวเบสยังคงปราศจากน้ำและใช้ Propylene Glycol เป็นเบสหลักในการทำละลายวิตามินซีเช่นเดิม แต่มีการใช้ส่วนผสมในการปรับเนื้อสัมผัสให้มีความเสถียรมากขึ้นด้วยการใช้อานุภาคขนาดเล็กที่มีรูกลวงและอัดก๊าซเข้าไปข้างใน เทคนิคนี้มีจดสิทธิบัตรไว้นานแล้วและเราไม่เห็นเครื่องสำอางประเภทสกินแคร์ที่เรารีวิวใช้มาก่อน แต่มีใช้ในพวกเมคอัพอย่างมาสคาร่าที่เพิ่มวอลลุ่มได้ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่เปิดหูเปิดตาเราพอสมควรล่ะ

(Source : Aminosulfonic acid compounds for promoting desquamation of the skinEffects of adenosine 5′-monophosphate on epidermal turnover.Composition in the form of an anhydrous gel with a wax-free fatty phase, containing an organomodified clay, expanded thermoplastic hollow particles and a pyrogenous silica, and its uses in topical application.)

Ingredients : Propylene Glycol, Dimethicone, Glycerin, Ascorbic Acid, Ethylhexyl Palmitate, Cetyl PEG/PPG-10/1 Dimethicone, Dimethicone Crosspolymer, Ascorbyl Glucoside, Cyclohexasiloxane, Hydroxyethylpiperazine Ethan Sulfonic Acid, Laurel Lysine, Acrylonitrile/Methyl Methacrylate/Vinylidene Chloride Copolymer, Polysilicone-11, Adenosine, Hydrolyzed Hyaluronic Acid, Limonene, Isobutane, Citrus Aurantium Dulcis (Orange) Peel Oil, Citrus Lemon (Lemon) Peel oil, Citral, Pentaerythrityl Tetra-Di-T-Butyl Hydroxyhydrocinnamate. Fmla 685725 44 F.I.L. Code D201640/1

Usage & Result

สิ่งที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนคือเนื้อผลิตภัณฑ์มีความสมูทมากขึ้น ถ้าไม่ได้ลงอะไรที่เหนียวหนึบเหนอะมา การทาวิตซีสูตรใหม่นี้ลงไปจะเซ็ทตัวแบบสมูทดูไม่มันเลื่อมแบบสูตรเก่า คือมีอะไรเคลือบอยู่บนผิว เวลาลูบแล้วรู้ได้ แต่ว่าไม่มันแว๊บ ซึ่งนับว่าทำได้ดีมาก และทำให้เราสามารถใช้คู่กับสกินแคร์ในตอนกลางวันได้โดยไม่รู้หนักผิวแบบสูตรเก่า ไม่มีอะไรจะติเลย เนื้อดีมากจนใช้ทั้งกลางวันและกลางคืนได้สบาย ๆ ขวดนึงใช้ทุกวันเช้า – เย็น หมดภายใน 3 เดือนอยู่แล้ว (ส่วนวิตซีสูตรเก่าที่เรามักแนะนำให้ใช้กลางคืนก็เพราะเนื้อมันค่อนข้างข้นและมันเลื่อม ๆ นิดหน่อย ไม่ค่อยเหมาะจะใช้ตอนกลางวันที่อากาศร้อนอบอ้าว จะได้สัมผัสที่ไม่ค่อยดี)

การใช้ผลิตภัณฑ์ยังคงมีความรู้สึกอุ่นเล็กน้อยในตอนแรกที่ทาลงผิวเหมือนเดิม ผลที่ได้หลังการใช้อย่างต่อเนื่องน่าประทับใจ แม้ว่าในเรื่องของริ้วรอยเราอาจจะบอกได้ไม่เต็มปากว่าเป็นผลจากการใช้วิตามินซี เพราะปูเป้มีการทำทรีตเมนต์  eMatrix  มาก่อนหน้า แต่การใช้วิตามินซีที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนก็ทำให้พื้นผิวดูฟูและสดใส แฮปปี้กับผิวตัวเองมาก ไม่มีปัญหาผิวแห้งหรือผลไม่พึงประสงค์อื่น ๆ ในระหว่างการใช้

สำหรับปัญหาเรื่องความเสถียรของเนื้อที่สูตรเก่ามีการแยกชั้นเป็นน้ำใส ๆ หรือกองรวมกันเป็นก้อนลิ่ม ๆ เพราะอากาศบ้านเราร้อน อันนี้ปูเป้ทดลองตั้งทิ้งไว้เฉย ๆ ในห้องเป็นเวลา 2 เดือนหลังจากที่ได้รับของมาทดลองก่อน ก็ไม่พบว่ามีการแยกชั้นแบบที่พบในสูตรเก่าแต่อย่างใด เราคิดว่าปัญหาเรื่องการแยกชั้นน่าจะได้รับการแก้ไขแล้ว

เรื่องความเสถียรของวิตามินซีเรารู้สึกว่ามันไม่ได้ต่างจากตัวเก่ามากนัก คือยังมีแนวโน้มที่จะเหลืองได้เมื่อเจอความร้อนเป็นเวลานาน แต่การเก็บในที่มืด ไม่โดดแดดโดยตรง ไม่ร้อนอบอ้าว จะช่วยให้วิตามินซีตัวนี้เสถียรคงขาวได้ยาวนานมาก และเมื่อเทียบกับสูตร  Ascorbic Acid ที่ผสมละลายมาในสูตรแล้วก็ถือว่ามันทนมากจนน่าประทับใจแล้วล่ะ

โดยส่วนตัวเราไม่แนะนำให้เก็บในตู้เย็น เพราะความชื้นที่เกิดขึ้นจากการควบแน่นของหยดน้ำอันเกิดจากการเปลี่ยนของอุณหภูมิจะยิ่งทำให้วิตามินซีในสูตรเหลืองเร็วขึ้น เนื่องจากโดยธรรมชาติแล้วแม้ในสูตรจะไม่มีน้ำ แต่ทั้ง Glycol  และ Glycerin จะดูดความชื้นจากสภาพแวดล้อมรอบ ๆ เข้าไปในระบบจนเป็นสาเหตุให้วิตามินซีในสูตรเหลืองลงได้จากการเก็บเป็นเวลานานอยู่แล้ว การมีหยดน้ำเกาะในขวดจึงไม่ใช่เรื่องดีเลย

Conclusion

โดยสรุปแล้ว Kiehl’s : Dermatologist Solutions Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate สูตรใหม่นั่นไฉไลอย่างแท้จริง เนื้อผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เสถียรมากขึ้น เซ็ทตัวบนผิวอย่างสวยสมูทงดงามไม่มันเลื่อม ใช้งานง่ายได้ทั้งกลางวันและกลางคืน วิตามินซีสูตรเพิ่มพลังที่ทำงานในการลดเลือนริ้วรอยได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานมีประสิทธิภาพกว่าเดิมโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงในการระคายเคืองที่เพิ่มขึ้น และไม่ต้องกังวลเรื่องผิวจะแห้ง เป็นสูตรที่แฟนของสูตรเก่าจะยิ่งรักสูตรใหม่มากขึ้นอย่างแน่นอนเราค่อนข้างมั่นใจ และใครที่เคยอยากใช้แต่รู้สึกว่าเนื้อหนักไปหรือใช้ยาก มาลองสูตรใหม่อาจจะเปลี่ยนใจมาหลงรักแทนก็เป็นได้

ถ้าจะให้พูดข้อเสียคงจะมีเพียงเรื่องของการเพิ่มส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากส้มและมะนาว แม้จะเป็นปริมาณเล้กน้อยเพื่อให้กลิ่นผลิตภัณฑ์ดูเชิญชวนน่าใช้มากขึ้น และเราเองก็ใช้ได้อย่างไม่มีปัญหาอะไร แต่มันก็ไม่สามรถเคลมได้ว่าปราศจากส่วนผสมของสารที่ให้กลิ่นหอมใด ๆ แบบสูตรเก่า แต่โดยรวมคือประทับใจมาก เป็นการปรับสูตรที่ตอบโจทย์ที่แฟน ๆ เรียกร้องอย่างแท้จริง

***Sponsored Item***

Kiehl’s : Dermatologist Solutions Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate
Price : 50ml / 3,200 Baht
Skin Type : All Skin Type
Outstanding : Anti-Aging / Whitening / Antioxidant

Kiehl’s : Powerful-Strength Line-Reducing Concentrate 12.5% Vitamin C
*คะแนนดาวเรทติ้งจะแสดงผลไม่ถูกต้องหากเปิดอ่านบทความนี้จาก Smart Phones / Tablets*
FORMULA
GENTLENESS
SENSORY
RESULT
PUPE LOVE IT
PROS
  • การรวมวิตามินซีสองแบบที่เสริมการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้จริงและยาวนานกว่าสูตรเดิม
  • เนื้อสัมผัสใช้ง่ายกว่าเดิมมาก แม้เนื้อจะเข้มข้นแต่เซ็ทตัวแบบไม่มันวาวเหนอะหนะ
  • มีส่วนผสมให้ความชุ่มชื้น ลดโอกาสที่ผิวจะแห้ง
CONS
  • มีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากส้มและเลมอน
4.5Overall Score